ก่อสร้างไทย แบกต้นทุน สมาคมฯ ส่งข้อเสนอถึงรัฐบาล

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ประเด็นสำคัญจากข่าว

  • ต้นทุนของผู้รับเหมาเพิ่มขึ้นสูง จากราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง

  • เสนอให้ออกประกาศให้สถานการณ์ปัจจุบันเป็นเหตุสุดวิสัย เพื่อจะทำให้สัญญางานเอกชนสามารถขยายอายุสัญญา งดค่าปรับ และเจรจาต่อรองราคาใหม่ได้

  • งานราชการให้ปรับปรุงสูตรค่า K ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

สมาชิกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

  • นางสาว ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(TCA) โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 สะท้อนถึงความยากลำบากของสมาชิก อาทิ ราคายางมะตอยและ asphalt concrete ปรับขึ้นกว่า 1.5 เท่า ราคาเหล็กเส้น ปรับขึ้นอย่างน้อย 4.5 บาทต่อกิโลกรัม ราคาปูนซิเมนต์ผสมเสร็จ ปรับขึ้นคิวละ 300-450 บาท 
  • ต้นทุนราคาขนส่ง รถเทรเลอร์ 30 ตัน ที่ supplier บางรายแจ้งขอขึ้นราคาอีก 30,000 บาทต่อเที่ยวในกรุงเทพ และสูงสุด 78,000 บาทต่อเที่ยวเมื่อส่งไปภาคใต้
  • วัสดุก่อสร้างอื่นๆที่ทะยอยปรับราคาขึ้นอย่างน้อย 15% Suppliers มีปํญหาในการหารถขนส่งสินค้า และหาวัตถุดิบในการผลิตสินค้าทำให้ไม่สามารถส่งของได้ตามกำหนดและอื่นๆอีกมากมายที่กำลังจะตามมา

มาตราการใดๆที่ภาครัฐออกมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการก่อสร้าง จะไม่สามารถบังคับใช้กับสัญญาก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนได้

  • สัญญางานก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนไม่มีค่าความผันผวนของวัสดุ (ค่า K) ในสัญญาจ้าง
  • ความผันผวนด้านราคาใดๆที่เกิดขึ้นจึงมักโยนให้ผู้ประกอบการเป็นผู้รับผิดชอบและรับความเสี่ยงทั้งหมด

ในส่วนงานภาครัฐ ค่าK ไม่ตอบสนองต่อราคาน้ำมัน เหล็กเส้น คอนกรีต และวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น

  • สูตรค่า K ทั้งหมด เป็นสูตรที่ทำมาตั้งแต่ปี 2532 ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างในระดับนี้
  • ในสูตรค่าK หลายสูตร ไม่มีดัชนีราคาน้ำมันในสูตร แต่ใช้การอ้างอิงดัชนีผู้บริโภคแทน
  • สูตรค่า K ไม่สามารถใช้กับงานคุรุภัณฑ์ได้ แม้ว่าจะเป็นงานคุรุภัณฑ์ที่ติดตั้งมากับอาคาร เช่น ลิฟต์ บันไดเลื่อน

นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างฯ ที่เป็นตัวแทนผู้ประกอบการ จึงอยากขอความเห็นใจและให้ภาครัฐออกมาตราการเร่งด่วนที่สุด เช่น

  • ออกกฎหมาย หรือ พระราชกำหนด หรือระเบียบใดๆด่วนที่สุดที่ครอบคลุมสัญญางานเอกชนทุกประเภท (ไม่เฉพาะงานก่อสร้าง)ให้ถือสถานการณ์นี้เป็นเหตุสุดวิสัย (force majeure)
  • สำหรับงานภาครัฐ ขอให้มีการขยายอายุสัญญาโดยไม่ต้องใช้ดุลยพินิจ รวมทั้งขอให้มีการยกเลิกสัญญาที่ยังไม่ได้เริ่มทำงานได้โดยไม่ติด Black list เปลี่ยนหรือเพิ่มคู่สัญญาได้
  • ขอให้ภาครัฐพิจารณาช่วย subsidize ค่าขนส่งและค่าวัสดุก่อสร้างที่ปรับเพิ่ม

ก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามในตะวันออกกลาง อุตสาหกรรมก่อสร้างไทยได้เผชิญกับภาวะหดตัวจากเศรษฐกิจซบเซามาระยะหนึ่งแล้ว วิกฤติต้นทุนพุ่งสูงในครั้งนี้จึงยิ่งสร้างแรงกระแทกให้กับผู้รับเหมาก่อสร้าง

รายละเอียดของข่าวสามารถอ่านได้ที่นี่ https://www.thansettakij.com/real-estate/655751

สามารถติดตามข่าวสารในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ที่เรารวบรวมจากสื่อต่างๆ ได้ที่ – https://tfgroupthailand.com/th/category/news/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *